Kindle ไม่ได้ใช้แค่อ่าน eBook อีกต่อไป แต่ยังเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการอ่านไฟล์ PDF เหมาะสำหรับนักเรียน คนทำงาน และทุกคนที่ต้องจัดการและใส่คำอธิบายประกอบในเอกสาร มาดูกันว่าคุณจะเพิ่มไฟล์ PDF ลงใน Kindle Scribe และใช้ฟีเจอร์ต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างไร
1 การอัปโหลดไฟล์ PDF ไปยัง Kindle Scribe
มีหลายวิธีในการนำไฟล์ PDF ลงใน Kindle ของคุณ:
- อีเมล: ส่งอีเมลไฟล์ PDF ไปยังอีเมลแอดเดรสเฉพาะของ Kindle ซึ่งสามารถดูได้ในการตั้งค่าของเครื่อง แนบไฟล์ PDF กับอีเมล แล้ว Amazon จะช่วยแปลงให้เป็นฟอร์แมตที่อ่านบน Kindle ได้หากจำเป็น
- เชื่อมต่อผ่าน USB: เชื่อมต่อ Kindle เข้ากับคอมพิวเตอร์ผ่าน USB แล้วลากและวางไฟล์ PDF ไปยังโฟลเดอร์ "Documents" บนเครื่อง Kindle ของคุณ
- แอป Send to Kindle: ติดตั้งแอป "Send to Kindle" สำหรับ Mac หรือ Windowsและส่งไฟล์ไปยังไลบรารี Kindle ของคุณได้อย่างง่ายดาย
- ใช้เว็บไซต์ Send to Kindle: คุณยังสามารถใช้ เว็บไซต์ Send to Kindle เพื่ออัปโหลดเอกสารของคุณ ขนาดไฟล์สูงสุดคือ 200 MB.
เคล็ดลับ: เพื่อใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์การเขียนและใส่คำอธิบายประกอบของ Kindle Scribe ได้เต็มที่ ให้ใช้ตัวเลือก "Send to Kindle" ในการส่งเอกสารของคุณ วิธีนี้เหมาะที่สุดในการเปิดใช้งานฟังก์ชันเหล่านั้น
2 การนำทางและฟีเจอร์
- การนำทาง: สามารถนำทางผ่านสารบัญได้ หากไฟล์ PDF ถูกจัดโครงสร้างไว้อย่างถูกต้อง ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ข้ามไปยังหน้าที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว
- Sticky Notes: เพิ่มโน้ตแบบสติกกี้เพื่อบันทึกความคิดหรือไอเดียขณะอ่าน
- ตัวเลือกการแสดงผล: โหมดมืดมีให้ใช้งานกับไฟล์ PDF โดยกลับสีเพื่อการอ่านตอนกลางคืน และยังมีฟีเจอร์แสงอบอุ่นที่ให้คุณปรับความสว่างหน้าจอได้ตามต้องการ
- เครื่องมือ Lasso Select: เครื่องมือ lasso select แบบใหม่ช่วยให้คุณเลือกข้อความลายมือหรือเส้นปากกาในสมุดโน้ต สติกกี้โน้ต และไฟล์ PDF ที่อัปโหลดผ่าน Send to Kindle ได้อย่างง่ายดาย เพียงวงรอบส่วนที่ต้องการเลือกเพื่อปรับขนาดหรือย้ายตำแหน่ง และยังสามารถตัด คัดลอก และวางข้ามเอกสารต่างๆ ได้ด้วย
- อื่นๆ: สลับมุมมองแนวตั้งและแนวนอนได้อย่างรวดเร็ว ครอปขอบหน้าเอกสารเพื่อเพิ่มขนาดตัวอักษร และเพิ่มโน้ตแบบข้อความได้
ค้นหาคอนเทนต์
คุณสามารถค้นหาคอนเทนต์ได้ แต่หน้าตาอินเทอร์เฟซใหม่อาจใช้งานยากขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากไม่มีปุ่มย้อนกลับไปยังผลการค้นหาก่อนหน้า คุณจึงต้องแตะไอคอนค้นหาและรันคำค้นเดิมอีกครั้ง
ต่างจาก eBook จะไม่มีแถบเลื่อนด้านล่างสำหรับเลื่อนดูผลการค้นหาได้อย่างสะดวก แต่จะแสดงตำแหน่งล่าสุดเป็นจุดสีเข้มที่ด้านล่างของหน้าแทน ทำให้รูปแบบการนำทางเปลี่ยนไป โดยรวมแล้วการค้นหาอาจใช้งานยากขึ้นเล็กน้อย
3 ฟีเจอร์การใส่คำอธิบายและมาร์กอัป
- ขนาดไฮไลต์หลากหลาย: Kindle ให้คุณเลือกขนาดไฮไลต์ได้หลายแบบ ช่วยให้เน้นได้พอดีกับข้อความที่ต้องการใช้เรียนหรือทบทวน
- Premium Pen สำหรับ Kindle Scribe: มีหัวลบที่ปลายอีกด้านหนึ่ง ให้คุณพลิกด้ามปากกาเพื่อใช้ลบได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถเลือกขนาดหัวลบที่ต่างกันจากเมนู ทำให้แก้ไขข้อผิดพลาดได้สะดวก
- ลบคำอธิบายทั้งหน้าทีเดียว: หากคุณใส่คำอธิบายไว้มากเกินไปและต้องการเริ่มใหม่ Kindle มีตัวเลือกลบคำอธิบายทั้งหมดบนหน้าปัจจุบันในครั้งเดียว
เคล็ดลับ: Premium Pen สำหรับ Kindle Scribe อนุญาตให้คุณตั้งค่าฟังก์ชันของปุ่มบนด้ามปากกาได้ในเมนูการตั้งค่า เช่น ตั้งให้ปุ่มใช้สำหรับไฮไลต์ข้อความ เพียงกดปุ่มค้างไว้ก็สามารถไฮไลต์ได้อย่างรวดเร็ว ขณะใช้ปลายปากกาเขียนโดยไม่ต้องสลับเมนูไปมา
4 การแปลงไฟล์ PDF
Amazon มีฟังก์ชันให้คุณ แปลงไฟล์ PDF ให้เป็นฟอร์แมตของ Kindle ผ่านฟีเจอร์ "Send to Kindle" เมื่อไฟล์ PDF ถูกแปลงแล้วจะยังคงโครงร่างหน้าตาใกล้เคียงต้นฉบับ ทำให้อ่านได้ง่าย โดยเฉพาะเอกสารที่เน้นข้อความ
แม้ว่าคุณจะไม่สามารถเขียนลงบนหน้าของไฟล์ PDF ที่ถูกแปลงได้โดยตรง แต่คุณยังสามารถเพิ่มสติกกี้โน้ตที่ผูกกับส่วนของข้อความ เช่น คำที่ไฮไลต์ไว้ วิธีนี้ช่วยให้มีปฏิสัมพันธ์กับเอกสารได้บ้าง แม้จะไม่ยืดหยุ่นเท่าการเขียนด้วยลายมือโดยตรง อย่างไรก็ตาม ไฟล์ PDF ที่มีเลย์เอาต์ซับซ้อนหรือสมการจำนวนมากอาจแปลงได้ไม่ดีและเกิดปัญหาด้านรูปแบบได้
เคล็ดลับ: หากต้องการความยืดหยุ่นเพิ่มเติม ลองใช้ PDF2Go, ตัวแปลงและเครื่องมือแก้ไข PDF ออนไลน์ยอดนิยม ที่ให้คุณแปลงเอกสารทุกชนิดเป็น PDF หรือแปลงออกจาก PDF และยังมี แปลงเสียงเป็นข้อความ ฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณถอดเสียงจากไฟล์เสียงหรือวิดีโอออกมาเป็นข้อความ และบันทึกเป็นไฟล์ PDF เพื่ออ่านบน Kindle ของคุณได้
5 การส่งออกและการแชร์ไฟล์ PDF
- ส่งออกผ่านอีเมลได้: เมื่อคุณใส่คำอธิบายประกอบในเอกสารเสร็จแล้ว Kindle จะให้คุณส่งออกเอกสารพร้อมกับโน้ตและไฮไลต์ของคุณ คุณสามารถส่งอีเมลเอกสารทั้งฉบับถึงตัวคุณเองหรือส่งให้เพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานได้
ข้อมูลน่ารู้
- ไฟล์ PDF ที่โอนไฟล์เอง: เมื่อคุณโอนไฟล์ PDF ผ่าน USB คุณจะสังเกตได้ว่าขอบหน้ากระดาษจะแคบลงและตัวอักษรใหญ่ขึ้น ช่วยให้อ่านง่ายขึ้น ต่างจาก PDF ที่ส่งทางอีเมล ไฟล์ที่โอนไฟล์เองจะสามารถใช้พจนานุกรม เพิ่มโน้ตข้อความ และไฮไลต์ด้วยปากกา stylus ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่รองรับการใช้สติ๊กี้โน้ตและการเขียนด้วยลายมืออิสระ
- ความคมชัดและการแสดงผล: ไฟล์ PDF ที่โอนไฟล์เองสามารถปรับความคมชัดได้ ทำให้ผู้ใช้ทำให้ตัวอักษรเข้มขึ้นได้ ซึ่งมีประโยชน์เป็นพิเศษสำหรับตัวอักษรที่สีอ่อน นอกจากนี้ยังรองรับโหมดแนวนอน ช่วยให้ประสบการณ์การอ่านดีขึ้น
- การตั้งค่าการรีเฟรชหน้า: ผู้ใช้จำนวนมากนิยมเปิดใช้งาน "Page turn animation" ไว้ เพราะช่วยให้ประสบการณ์การอ่านลื่นไหลขึ้น การตั้งค่านี้ช่วยลดปัญหา ghosting ที่มีข้อความค้างบนหน้าจอหลังเปลี่ยนหน้า ดังนั้นจึงมักแนะนำให้เปิดใช้งาน "Page turn animation" ไว้เพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า
- อีบุ๊ก: อย่าลืมว่าคุณไม่สามารถเขียนลงบนอีบุ๊กโดยตรงด้วย Kindle Scribe ได้ สติ๊กี้โน้ตจะเชื่อมกับข้อความที่ไฮไลต์ในเอกสารเหล่านั้นเท่านั้น การเขียนจะจำกัดอยู่ที่ไฟล์ PDF ที่ส่งผ่านฟีเจอร์ "Send to Kindle" หลังจากเขียนแล้ว โน้ตของคุณจะแสดงใน มุมมองโน้ต (Notes View) และสามารถส่งออกผ่านอีเมลได้อย่างง่ายดาย หากคุณตั้งค่าเอกสารนั้นให้เก็บถาวร (Archive) ไว้ในไลบรารี Kindle ของคุณ ถ้าเอกสารไม่ได้ถูกเก็บถาวรไว้ จะไม่สามารถใช้อีเมลเพื่อส่งออกโน้ตของคุณได้
สรุป
Kindle Scribe โดดเด่นในการจัดการและใส่คำอธิบายประกอบในไฟล์ PDF ทำให้เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการจัดการเอกสารอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยตัวเลือกการอัปโหลดที่หลากหลาย ผู้ใช้จึงเข้าถึงไฟล์ PDF เพื่ออ่านและจดโน้ตได้อย่างสะดวก
การใส่คำอธิบายประกอบและการไฮไลต์ทำได้ผ่านอินเทอร์เฟซที่ตอบสนองรวดเร็ว ในขณะที่ฟีเจอร์การส่งออกช่วยให้แชร์โน้ตได้อย่างราบรื่น แม้ว่าการเขียนโดยตรงจะจำกัดเฉพาะไฟล์ PDF แต่ฟังก์ชันโดยรวมของ Kindle Scribe ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการจัดระเบียบได้เป็นอย่างดี